สไตล์การเล่น ไม่มีวันหยุดนิ่ง แฟนบอลต้องตามให้ทัน

    แผนการเล่นหรือสไตล์การเล่นบอล ถือเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละทีม ถ้าให้พูดถึงในอดีต ประทเศที่มีการเล่นบอลบุกได้อย่างที่ยิงคู่แข้งกระจุย นั้นก็คือ ทีมชาติฮอลแลนด์ ที่มีสไตล์การเล่นบอลที่เรียกว่า Total Football และอีกหนึ่งชาติที่เป็นที่สุดของวงการฟุตบอลโลกที่ได้แชมป์มากที่สุด นั้นก็คือ ทีมชาติบราซิล ที่มีสไตล์การเล่นที่เรียกว่า แซมบร้า ที่จะมีลีลาการเล่นบอลที่พลิ้วไหวมีสกิลการหลอกคู่แข่งที่ตื่นเต้นและแปลกใหม่มาให้เราได้เห็นอยู่เสมอ วันนี้ผมจะพามารู้จักสไตล์การเล่นบอลให้ทุกท่านที่ชอบดูบอลและเซียนแทงบอลออนไลน์ทุกท่าน จะได้รู้ว่าคู่ที่จะเดิมพันในรอบนี้ เราควรเดิมพันทีมต่อหรือทีมรองดี 1.Total Football : ฮอนแลนด์    เป็นสไตล์บอลที่ผู้เล่นทุกคนจะสามารถทดแทนตำแหน่งกันได้ ซึ่งทุกคนก็สามารถที่จะขึ้นมาทำประตูได้ มีสไตล์เหมือนการเล่น ฟุตซอล โดยผู้เล่นจะส่งบอลให้เพื่อนแล้ววิ่งหาช่องทางตลอด 2. Catenaccio : อิตาลี    เป็นสไตล์การเล่นบอลที่คิดขึ้นมาเพื่อรับมือ Total Football โดยเฉพาะ เพราะจะเป็นการเล่นที่ผู้เล่นจะวิ่งตามผู้เล่นคู่แข้ง และบีบบอลอย่างไวเพื่อเป็นการกดดัน ซึ่ง “คาเตนัชโช่” สามารถสร้างกองหลังระดับโลกมาหลายต่อหลายคน อาทิ คันนาวาโร่, มัลดินี่, เนสต้า เป็นต้น 3.Tiki-Taka : สเปน      เป็นสไตล์การที่ผู้เล่นต่อบอลกับพื้น โดยที่จะไม่โยนบอลยาว

14 ปี ที่ทำเพื่อชาติ สถิติของ นายด่าน “สินทวีชัย หทัยรัตนกุล” ที่ร่วม “ทัพช้างศึก”

  เป็นข่าวที่ใหญ่โต สำหรับวงการฟุตบอลในประเทศไทยของเรา ที่นายด่าน ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ที่มีนามว่า  “สินทวีชัย หทัยรัตนกุล”  ได้ประกาศแขวนถุงมือหลังเกมการแข่งขันที่ “ทัพช้างศึก” ได้ออกไปพ่ายให้กับประเทศ “ออสเตเรีย” 1 ประตูต่อ 2  ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเซีย ที่ “ทัพช้างศึก” ของเราลงเล่นไปทั้งหมด 10 นัด เก็บได้เพียง 2 คะแนนเท่านั้น ซึ่งในวันนี้ เรามาย้อนดู ผู้รักษาประตูที่ยืนเฝ้าประตูให้ชาติมาเป็นเวลา 14 ปีกัน ว่าเขาได้สร้างสิ่งที่ดีๆและทำให้แฟนบอลชาวไทยได้มีความสุขอะไรกันบ้าง ตี๋ หรือ “โกสินทร์ หทัยรัตนกุล” นั้นคือชื่อเก่าและฉายา ที่ทุกคนรู้จักกันดี ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “สินทวีชัย หทัยรัตนกุล” ในวงการฟุตบอลได้ “ตี๋” เป็นสุดยอดนักฟุตบอลตัวอย่าง 1 คนของไทย เข้าติดทีมชาติครั้งแรกในปี พ.ศ.  2546 ลงรับใช้ประเทศไทยมาทั้งสิ้น 78

สุดยอดนักเตะที่เคยใส่ “หมายเลข 10”  ที่เจ้าชายหมาป่าผู้ซื่อสัตย์ มองว่าคือ “ที่สุด” ในแต่ละด้าน

  หมายเลขที่ติดอยู่หลังเสื้อสโมสร หมายเลข 10 ในวงการฟุตบอล ถือว่า หมายเลขนี้ถ้าใครได้สวมใส่ นั้นคือ ที่สุดของสโมสรแล้ว คำว่าที่สุดในที่นี้ นั้นคือ เป็นหัวใจหลักของทีม คือนักเตะที่สามารถนำพาทีมผ่านวิกฤตที่เพื่อนลูกทีมกำลังประสบปัญหาอยู่ได้ และเป็นผู้เล่นตัวความหวังของนักพนันบอลหลายต่อหลายท่านด้วยนะครับ  วันนี้ผมจะพามารู้จักกับนักฟุตบอลที่เคยใช้หมายเลขเสื้อเบอร์ 10 ที่ “เจ้าชายหมาป่าผู้ซื่อสัตย์” อย่าง “ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ” มองว่าพวกเขาเหล่านี้ คือสุดยอดนักฟุตบอลที่มีดีที่สุดในแต่ละทักษะ   รุดฟาน นิสเตลรอย : เบอร์10 เท้าขวาสุดคม ถ้าพูดถึงการจบสกอร์ด้วยเท้าขวาที่คมสุดๆ แล้วใช้โอกาสได้อย่างที่คุ้มค่ากับการผ่านบอลให้จากเพื่อนร่วมทีมแบบไม่เสียเปล่า “นิสเตลรอย” คนนี้คือสุดยอดของผม   ดิเอโก้ มาราโดน่า : เบอร์ 10 เท้าซ้ายสุดคม “เสือเตี้ย” นั้นคือ ฉายาของ “มาราโดน่า” การที่คุณจะนึกถึงนักฟุตบอลสักคนที่เล่นบอลด้วยเท้าซ้ายแล้วละก็ มันก็จะเป็นใครไปไม่ได้แล้วละครับ นอกจาก “มาราโดน่า”   ลิโอเนล เมสซี่ : เบอร์ 10 ทัศนวิสัยยอดเยี่ยม ผมว่าเขาคือ ยอดนักฟุตบอลที่พระเจ้าได้ส่งลงมาเกิดในยุคสมัยนี้อย่างแน่นอน 

จูดาส!! แห่งวงการฟุตบอล  เพราะใจที่ทรยศต่อสโมสรจึงได้รับฉายานี้

การย้ายสโมสรของนักฟุตบอลถือว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดาในวงการฟุตบอลในอดีต แต่พอยุคสมัยที่เปลี่ยนไป อำนาจชีวิตคนตกไปอยู่ที่เงินเป็นส่วนใหญ่ การย้ายสโมสรแต่ละครั้งของนักฟุตบอลจึงมีราคาที่สูงมหาศาล เรียกได้ว่า ราคาค่าตัวนักเตะเพียง 1 คน สามารถสร้างสโมสรฟุตบอลได้2-3 สโมสรก็ว่าได้  แต่ที่มันแย่กว่าสิ่งอื่นใด จนแฟนๆสโมสรที่ชื่นชอบในตัวนักเตะคนนั้นเกิดอาการเผาพริกเผาเกลือสาปส่ง นั้นก็คือ  การที่ต้องเห็นขวัญใจของต้องย้ายทีมไปเล่นให้กับทีมคู่แข่ง ที่เป็นคู่อริกันมาตลอดในเกมฟุตบอล ซึ่งนักแทงบอลที่ชอบการเดิมพันแบบที่นักเตะคนนี้จะย้ายไปสโมสรไหนหรือจะไม่ไป แล้วใครกันที่จะคิดว่านักเตะ “จูดาส” พวกนี้จะทำร้ายจิตใจแฟนบอลและแฟนพนันบอลได้ลงคอ วันนี้ผมจะพามารู้จักกับนักฟุตบอลที่ได้ฉายา “จูดาส” แห่งวงการฟุตบอล ที่ทำเอาแฟนบอลทีมเก่าเกลียดขี้หน้าที่สุด หลุยส์ ฟิโก้ (บาเซโลน่า ย้ายไป เรอัล มาดริด ในปี 2000) เขาคือนักฟุตบอลที่แฟน “บาเซโลน่า” เกลียดที่สุด จนแฟนๆตั้ง ฉายา ให้ปีกโคตรเทพแห่งเมืองฝอยทอง ว่า “จูดาส” จูดาสนั้นมีความหมายว่า “คนทรยศ”  เหตุเพราะ “ฟิโก้” นั้นเคยเป็นขวัญใจของทีมบาเซโลน่ามาโดยตลอดตั้งแต่เขาย้ายทีมมาจาก ลิสบอน ในปี 1995 จนมาในปีที่สโมสรราชัน ชุดขาว “เรอัล มาดริด” คู่แค้นตลอดกาลของ

เกลียดกันจะเป็นจะตาย รู้รึยังว่าเกลียดกันเพราะอะไร !!  สาเหตุที่ผีกับหงส์ไม่ถูกกัน

เกลียดกันจะเป็นจะตาย รู้รึยังว่าเกลียดกันเพราะอะไร !!  สาเหตุที่ผีกับหงส์ไม่ถูกกัน   โลกของความขัดแย้ง แย่งผลประโชยน์ คุณเอาเปรียบผม ผมเอาเปรียบคุณ การแกร่งแย้งชิงดีกันให้ได้เป็นที่ 1 ของทุกวงการบนโลกใบนี้ มีให้เราเห็นกันอยู่เป็นประจำ ตัดสินกันด้วยคำพูดกันไม่ได้ ก็จบลงด้วยการตัดสินกันด้วยกำลัง จนกลายมาเป็น มหาสงครามโลกที่เกิดขึ้นมาแล้วทั้งหมด 2 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งที่ 1 เป็นการขัดแย้งของฝ่ายสัมพันธมิตรกับฝ่ายมหาอำนาจกลาง ส่วน สงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นเป็นกลุ่มประเทศฝ่ายพันธมิตรและกลุ่มประเทศฝ่ายอักษะ นี้คือเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกันจนกลายมาเป็นสงครามที่คนทั้งโลกไม่อยากที่จะให้เกิดเป็นครั้งที่ 3 แต่ถ้าพูดถึงความขัดแย้งในวงการฟุตบอลอังกฤษแล้วละก็ คู่ขัดแย้งที่แฟนบอลทั้งโลกต้องการที่จะให้เกิดแทบทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้ นั้นคือ “ศึกแดงเดือด” นี้คือสมญานามที่บรรดาแฟนบอลหลายคนรวมไปถึงนักวิจารณ์บอลเรียกชื่อนี้ ในเวลาที่ 2 สโมสรนี้มาเจอกัน นั้นคือ แมนยู-ลิเวอร์พูล  แต่ทุกคนที่เป็นแฟนบอลของ 2 สโมสรนี้รู้หรือไม่ว่า เหตุใดกัน ผีกับหงส์ ถึงไม่กินเส้นกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ เหตุการณ์ความขัดแย้งของทั้งคู่นั้นต้องย้อนกับไปเป็นเวลากว่า 100 ปีเศษๆซึ่งเมืองแมนเชสเตอร์นั้น เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิต ส่วนเมืองลิเวอร์พูล เป็นเมืองที่เป็นเมืองท่า จึงเป็นเมืองที่เหมือนกับพึ่งพิงพึ่งอาศัยกันมาตลอด จนเมื่อครั้งที่เกิดวิกิตเศรษฐกิจโลก เนื่องด้วยลิเวอร์พูลได้ขึ้นค่าผ่านทาง

เป็นคนอื่นก็บ้าแล้ว!! ผู้จัดการทีมที่พาสโมสรคว้าถ้วยรางวัลได้มากที่สุดในโลก

เป็นคนอื่นก็บ้าแล้ว!! ผู้จัดการทีมที่พาสโมสรคว้าถ้วยรางวัลได้มากที่สุดในโลก    สโมสรฟุตบอลอย่างที่เรารู้กันดี ถึงแม้ว่าสโมสรนั้นจะมีผู้เล่นราคาแพงที่สุดในโลกอยู่มากเพียงใด มีนักเตะที่มีพรสวรรค์อยู่ร้นสโมสร มีผู้เล่นตำแหน่งกองหน้า คือ เมสซี่, โรนัลโด้, และเนย์มาร์ กองกลาง  คือ พอล ป็อกบา, อิเนียสต้า, โมดริชและซาฮาร์ กองหลัง คือ ฟิลิปป์ ลาห์ม, รามอส, ปิเก้และติอาโก้ ซิลวา มีสุดยอดประตูของโลก คือ บุฟฟ่อน เหล่าซุปเปอร์สตาร์ดังฝีเท้าระดับโลกที่ไม่ว่าจะไปอยู่สโมสรไหนก็จะนำพาเอาความสำเร็จมาให้กับสโมสรนั้นๆได้เสมอ  แต่แท้จริงแล้ว เหล่านักฟุตบอลระดับโลกที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จได้จนเท่าทุกวันนี้ ส่วนที่สำคัญที่สุดที่นำพาพวกเขามาพบกับความสำเร็จในชีวิตการค้าแข้งของพวกเขานั้นก็คือ ผู้จัดการสโมสร ที่ค่อยกระตุ้นนักเตะเหล่านี้ ค่อยวางแผนที่จะเอาชนะคู่แข่งได้ด้วยวิธีต่างๆ ตามแทคติกที่พวกเขาได้มาจากประสบการณ์ ซึ่งในวันนี้ ผมจะพาทุกท่านมารู้จักกับสุดยอดผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ในราชอาณาจักรวงการฟุตบอลเท่าที่เคยมีมา และความสำเร็จเหล่านี้ที่เขาได้สร้างไว้ให้แก่สโมสร แล้วทำให้นักพนันบอลที่เดิมพันสโมสรนี้ ในช่วงเวลาที่เขาคนนี้คุมสโมสรอยู่ยิ้มแทบทุกคน คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเขาคนนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (อดีตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)    ป๋าแพนด้า นี้คือฉายาของสุดยอดผู้จัดการทีมฟุตบอลที่โลกเคยมีมา “เฟอร์กี้” ใช้ชีวิตการเป็นผู้จัดการทีม